คอลัมน์ “เสพสม”

ลุงทุกข์ใจป่วยเบาหวาน ทำ”น้องชาย”เสื่อมสมรรถภาพ มีเพศสัมพันธ์ไม่ได้เลย

เรียนคุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ
ปัจจุบันผมป่วยเป็นเบาหวานมาตั้งแต่อายุ 50 ปี จนมาถึงวันนี้อายุ 60 ปีแล้ว ต้องพบหมอตามกำหนดนัดหมายไม่เคยขาด กินยาควบคุมเบาหวานมาตลอด แต่ก็คุมน้ำตาลได้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร อาการโดยรวมไม่ค่อยจะดีนักเพราะได้รับการตัดนิ้วเท้าไปหนึ่งนิ้วเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2562 เนื่องจากมีแผลเกิดขึ้นโดยที่ผมไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย จนเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง หมอจึงต้องตัดทิ้งไป โดยหมอบอกว่ามีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เส้นประสาทเสื่อมได้ง่าย ปัจจุบันไม่กินของหวาน กินแป้งน้อยลง กินผัก กินปลามากขึ้น ล่าสุดผลเจาะเลือดพบระดับน้ำตาลในเลือดได้ค่า 120 หน่วย ทางด้านสุขภาพร่างกายไม่มีปัญหา แต่กิจกรรมทางเพศแย่ลงมาก ไม่สามารถร่วมเพศได้เลย อวัยวะไม่แข็งตัวพอที่จะสอดใส่ได้ แม้ภรรยาพยายามช่วยด้วยการไปหายาต่าง ๆ มาช่วยเสริมซึ่งก็ได้ผลดีบ้างในช่วงแรก ๆ แต่เมื่อนานไปกลับแย่ไปยิ่งกว่าเดิมอีก จึงมาขอคำแนะนำจากคุณหมอช่วยเหลือครับ

ด้วยความนับถือ
แก้ว 50

ตอบ แก้ว 50
การเป็นโรคเบาหวานสามารถทำให้เกิดอีดีได้ถึง 75% แต่มีร้อยละ 12 ของผู้ป่วยเบาหวานมาพบแพทย์ด้วยปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ โดยที่ไม่ทราบว่าเป็นเบาหวานมาก่อน บางครั้งผู้ป่วยคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี จะเกิดปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวขึ้นชั่วคราว และดีขึ้นเมื่อสามารถควบคุมเบาหวานได้ดี แต่หากเป็นเบาหวานมานานหลาย ๆ ปี อวัยวะเพศอาจไม่แข็งตัวตามปกติตลอดไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังรักษาได้ การรักษาขั้นแรก การใช้ยารับประทาน  โดยสามารถรับประทานก่อนการมีเพศสัมพันธ์ ประมาณ 30-60 นาที และจะออกฤทธิ์เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศตามหลัง แต่ยานี้จะไม่มีผลเมื่อไม่มีการกระตุ้นทางเพศ และไม่มีผลกระตุ้นความต้องการทางเพศ หรือผลต่อการหลั่งแต่อย่างใด ชายไร้อารมณ์จึงไม่ได้ผลจากการกินยาเฉพาะกิจได้ผลเปรียบสภาพกินแป้งเท่านั้น

คนไข้จึงควรได้รับการตรวจหาระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนร่วมด้วยหากฮอร์โมนต่ำยาก็จะไม่ออกฤทธิ์ จึงต้องได้รับการเสริมฮอร์โมนเพศชายร่วมด้วยการรักษาขั้นที่สอง การฉีดยาเข้าองคชาต ในปัจจุบันถ้าได้รับการสอนจากแพทย์จะช่วยให้แข็งตัว
ได้นาน 30-60 นาที ตัดอาการแข็งไม่พอ แข็งไม่นาน หลั่งเร็วแล้วอ่อนตัวไปได้เลยจึงต้องใกล้ชิดเรียนรู้ รู้วิธีฉีดจากแพทย์เท่านั้น รักษาอาการอีดีที่กล่าวมานั้นย่อมได้รู้จริงถึงผลดีและผลข้างเคียงต่อตัวคุณ

การรักษาอาการดังกล่าวจึงต้องให้คนไข้มาตรวจร่างกายกับแพทย์โดยตรง เพราะจะต้องตรวจเลือดหลายอย่างร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นระดับไขมัน ความดันเลือด ความแข็งแรงของหัวใจ ระดับฮอร์โมนเพศชายและต่อมลูกหมาก เป็นต้น จึงจะวินิจฉัยและจ่ายยาได้ถูกต้อง ยาก็จะมีประสิทธิภาพสูงไม่ใช่กินแล้วดีแค่ช่วงแรกเหมือนกับยาที่ภรรยาหาซื้อมาให้ แต่ยาของแพทย์เป็นยาที่กินและยาฉีดจะตรงกับสาเหตุที่เป็น มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงการรักษาอาการอีดีอย่าใจร้อนต้องมีความอดทนในการฟื้นฟู

———————- 
ดร.โอ สุขุมวิท 51

ข่าวที่เกี่ยวข้อง